pkhardware

5 ข้อผิดพลาดในการกางสแลนในสวน ที่ทำให้ต้นไม้โตช้าและใบเหลือง

สำหรับคนรักสวนและพี่น้องเกษตรกร “สแลนกรองแสง”  คือฮีโร่ตัวจริงที่ช่วยปกป้องต้นไม้จากแสงแดดที่แผดเผาของเมืองไทย แต่หลายครั้งที่เราตั้งใจจะกางสแลนเพื่อช่วยชีวิตต้นไม้ กลับกลายเป็นว่าต้นไม้เริ่มมีอาการ “โตช้า แคระแกร็น และใบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง” จนน่าตกใจ

หากสวนของคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่ อย่าเพิ่งโทษปุ๋ยหรือสภาพดินครับ! เพราะต้นเหตุอาจมาจาก “วิธีติดตั้งและการเลือกสแลน” ที่ผิดพลาด เช็กดู 5 ข้อผิดพลาดในการกางสแลน ที่คนทำสวนมักตกม้าตาย เพื่อรีบแก้ไขให้ต้นไม้กลับมาเขียวชอุ่มและเติบโตได้ดีอีกครั้งครับ

1. เลือกเปอร์เซ็นต์การกรองแสง  สูงเกินไป

นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด หลายคนคิดว่าแดดเมืองไทยร้อนจัด เลยจัดสแลนแบบกรองแสง 80% มาขึงให้ต้นไม้ทุกชนิด ผลลัพธ์คือ สวนมืดทึบเกินไป ต้นไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างอาหาร ส่งผลให้ต้นไม้แกร็น ยืดหาแสง และใบเริ่มเหลืองซีดเพราะขาดคลอโรฟิลล์

  • วิธีแก้: ควรเลือกเปอร์เซ็นต์ให้เหมาะกับชนิดพืช เช่น ผักสลัดหรือไม้ดอกทั่วไปใช้ 50% - 60% ส่วนไม้ร่มรำไร หรือโรงเรือนแคคตัส ถึงค่อยขยับไปใช้ 70% - 80%

2. ขึงสแลน "เตี้ยเกินไป" จนชิดยอดต้นไม้

การกางสแลนต่ำหรือเตี้ยจนเกือบจะติดยอดไม้ เพราะคิดว่าจะช่วยบังแดดได้มิดชิด แท้จริงแล้วเป็นไอเดียที่อันตรายมาก เพราะสแลนที่ตากแดดจะสะสมความร้อนไว้ที่ตัวผ้า หากขึงต่ำเกินไป ความร้อนใต้ผืนสแลนจะระบายออกไม่ได้และแผ่ลงมาอบต้นไม้โดยตรง ทำให้ยอดไม้ไหม้ ใบเหลืองกรอบ และต้นไม้ “ช็อกความร้อน” ได้ง่ายๆ

  • วิธีแก้: ควรขึงสแลนให้สูงกว่ายอดต้นไม้อย่างน้อย 1.5 - 2 เมตร เพื่อให้มีช่องว่างอากาศที่ลมสามารถพัดผ่านและระบายความร้อนออกไปได้

3. เลือกสีสแลนผิดประเภทกับการใช้งาน

สแลนกรองแสงแต่ละสี (ดำ, เขียว, น้ำเงิน, เงิน) มีคุณสมบัติในการตัดและสะท้อนช่วงแสงที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น สแลนสีเขียว จะสะท้อนแสงสีเขียวซึ่งเป็นแสงที่พืชจำเป็นต้องใช้ในการเจริญเติบโตออกไป หากนำสแลนสีเขียวหนาๆ ไปกางทับพืชผัก พืชจะได้รับแสงที่มีคุณภาพลดลง ทำให้โตช้าและใบซีดเหลือง

  • วิธีแก้: หากเน้นเรื่องการเติบโตของพืชผักและการพรางแสงที่เสมือนธรรมชาติที่สุด แนะนำให้เลือก “สแลนสีดำ” เป็นหลัก เพราะจะกรองปริมาณแสงลงแต่ไม่บิดเบือนช่วงแสงที่พืชต้องการ

4. กางสแลนทึบถาวร จนบดบังทิศทางลม

การขึงสแลนปิดทึบทุกด้าน ทั้งด้านบนและด้านข้างจนกลายเป็นกล่อง จะทำให้อากาศในสวนนิ่งและไม่ถ่ายเท ความชื้นจะสะสมอยู่ภายในสูงมาก เมื่อบวกกับความร้อนสะสมใต้สแลน จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เร่งให้เกิดโรครากเน่า โคนเน่า และทำให้ใบไม้เหลืองร่วง รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและศัตรูพืช

  • วิธีแก้: กางสแลนเฉพาะด้านบนเพื่อบังแดดแนวตั้ง ส่วนด้านข้างปล่อยโล่ง หรือใช้สแลนเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ เพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านเข้า-ออก ได้สะดวก

5. ขึงสแลนไม่ตึง ปล่อยให้หย่อนคล้อยเป็นท้องช้าง

การกางสแลนแบบขอไปที ไม่มีการดึงสลิงหรือเชือกให้ตึง เมื่อใช้งานไปสักพักสแลนจะหย่อนคล้อยลงมาขังน้ำฝนและสะสมฝุ่นหนาเกลอะซัง ซึ่งฝุ่นที่จับตัวหนาจะไปเพิ่มเปอร์เซ็นต์การกรองแสงให้ทึบขึ้นไปอีก แถมเวลาลมพัดแรงๆ ผืนสแลนที่หย่อนจะสะบัดไปฟาดกับยอดไม้ทำให้กิ่งหักและใบช้ำ

  • วิธีแก้: ใช้ลวดสลิงหรือเชือกไนล่อนเกรดดีขึงเป็นแนวตารางรองรับใต้ผืนสแลน และดึงผ้าสแลนให้ตึง มัดยึดตามจุดตาไก่ให้แน่นหนา เพื่อให้ลมพัดผ่านได้เรียบและน้ำฝนไม่ขัง

ข้อมูลจำเพาะของสินค้า
  1. สินค้า:สแลนกรองแสง
  2. เเบรนด์ : นกนางแอ่น
  3. ขนาด: หน้ากว้าง 2 เมตร ยาว 100 หลา กรองแสง 50%, 60%, 70%, 80%  มี 4 สีสีดำ, สีเขียว, สีฟ้า, สีเงิน
  4. วัสดุ: มุ้งไนล่อนทางการเกษตร ผลิตจากไนล่อนคุณภาพดี เหนียว ทนทาน ไม่ขาดง่าย
  5. การใช้งาน: ใช้งานการเกษตรทั่วไป ไซส์งานก่อสร้าง ลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ 
  6. คุณสมบัติเฉพาะ: ตาข่ายกรองแสงใส่สารป้องกันแสงอัลตร้าไวโอเลต (U.V.)

สอบถามข้อมูล/รับคำปรึกษาก่อนตัดสินใจหรือเลือกชมสินค้ากับร้านเราได้เลยวันนี้!

โทรสั่งซื้อ สอบถามสินค้า

Facebook PK

#สแลน กันแดด # สแลนกันแดด 100 เมตร ราคา # สแลนกันแดด ราคา ม้วนละ #ผ้าตาข่ายกรองแสง #ตาข่ายกรองแสง 80 A   #สแลนกันแดด 60 ราคา #ตาข่ายกรอง # ขายสแลนกันแดด #เครื่องมือช่าง #วัสดุก่อสร้าง #ร้านขายส่งอุปกรณ์ก่อสร้าง