pkhardware

ผ้าใบกันฝุ่นก่อสร้าง 130 แกรม 170 แกรม 270 แกรม ต่างกันอย่างไร

ผ้าใบกันฝุ่นก่อสร้าง 130 แกรม 170 แกรม 270 แกรม ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้คุ้มกับหน้างาน

แกรมของผ้าใบกันฝุ่นหมายถึงอะไร

คำว่า 130 แกรม หรือ 130 GSM หมายถึงวัสดุมีมวลประมาณ 130 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ไม่ได้หมายความว่าผ้ามีความหนา 130 มิลลิเมตร และไม่ได้เป็นค่ารับแรงโดยตรงมาตรฐานด้านสิ่งทออย่าง ISO 3801 และ ASTM D3776 ใช้มวลต่อหน่วยพื้นที่เป็นวิธีอธิบายน้ำหนักของผืนวัสดุ ดังนั้น GSM จึงเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับเปรียบเทียบ แต่ยังไม่สามารถบอกคุณภาพทั้งหมดได้

สามารถประมาณน้ำหนักเบื้องต้นได้จากสูตร น้ำหนักวัสดุโดยประมาณ = แกรม × พื้นที่ผ้า ÷ 1,000

ตัวอย่าง ผ้าใบขนาด 1.80 × 5.10 เมตร มีพื้นที่ 9.18 ตารางเมตร

  • 130 แกรม หนักตามเนื้อวัสดุประมาณ 1.19 กิโลกรัม
  • 170 แกรม หนักตามเนื้อวัสดุประมาณ 1.56 กิโลกรัม
  • 270 แกรม หนักตามเนื้อวัสดุประมาณ 2.48 กิโลกรัม

สรุปความแตกต่างของผ้าใบ 130, 170 และ 270 แกรม

ผ้าใบกันฝุ่น 130 แกรม เหมาะกับงานแบบไหน

ผ้าใบ 130 แกรมเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมงบเริ่มต้น งานชั่วคราว หรือพื้นที่ที่ไม่ได้รับแรงลมต่อเนื่อง เช่น

  • กั้นพื้นที่ซ่อมแซมภายในอาคาร
  • ปิดคลุมวัสดุในช่วงเวลาสั้น
  • งานก่อสร้างขนาดเล็ก
  • พื้นที่ที่สามารถตรวจสภาพผ้าได้เป็นประจำ

ผ้าใบกันฝุ่น 170 แกรม เหมาะกับงานแบบไหน

ผ้าใบ 170 แกรมเป็นตัวเลือกระดับกลาง เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการความคล่องตัว แต่ต้องการความทนมากกว่ารุ่นน้ำหนักเบา เช่น

  • งานก่อสร้างระยะสั้นถึงปานกลาง
  • พื้นที่กลางแจ้งที่ไม่ได้รับลมรุนแรง
  • งานกั้นแนวรั้วหรือรอบพื้นที่
  • งานที่ต้องเคลื่อนย้ายหรือติดตั้งมากกว่าหนึ่งครั้ง

ผ้าใบกันฝุ่น 270 แกรม เหมาะกับงานแบบไหน

ผ้าใบ 270 แกรมมีเนื้อวัสดุต่อพื้นที่มากกว่า จึงควรพิจารณาสำหรับงานที่ต้องใช้งานต่อเนื่อง งานกลางแจ้ง หรือมีการถอดและนำกลับมาติดตั้งใหม่เหมาะกับงานลักษณะต่อไปนี้

  • คลุมรอบอาคารก่อสร้าง
  • งานที่มีระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างนาน
  • พื้นที่ที่ต้องการลดจำนวนรอบการเปลี่ยนผ้า
  • งานที่ต้องติดตั้งและรื้อถอนมากกว่าหนึ่งครั้ง
  • งานที่ให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แกรมสูงไม่ได้หมายความว่าสามารถขึงกับโครงสร้างใดก็ได้ การติดแผ่นคลุมหรือตาข่ายเข้ากับนั่งร้านทำให้โครงสร้างรับแรงลมเพิ่มขึ้น HSE ระบุว่าแผ่นคลุมช่วยจำกัดฝุ่นและเศษวัสดุขนาดเล็กได้ แต่ขณะเดียวกันจะเพิ่มผลของแรงลมที่กระทำต่อนั่งร้านและตัวอาคาร ส่วน OSHA กำหนดว่าไม่ควรใช้แผงบังลม หากนั่งร้านยังไม่ได้รับการยึดให้รองรับแรงลมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังนั้นการเปลี่ยนจาก 130 เป็น 270 แกรม ไม่ควรมองเฉพาะความทนของผ้า แต่ต้องตรวจโครงนั่งร้าน จุดยึด ระยะตาไก่ และวิธีผูกยึดไปพร้อมกัน

แกรมสูงกันฝุ่นได้ดีกว่าเสมอหรือไม่

ผ้าใบกันฝุ่นใช้แทนตาข่ายกันตกได้หรือไม่

ไม่ควรใช้แทนกันโดยอัตโนมัติ

ผ้าใบกันฝุ่นมีหน้าที่หลักในการกั้นพื้นที่ ลดการฟุ้งกระจาย และช่วยควบคุมเศษวัสดุขนาดเล็ก ส่วนตาข่ายกันตกหรือระบบป้องกันการตกต้องผ่านข้อกำหนดด้านการรับแรงและติดตั้งตามระบบที่ออกแบบไว้หากสินค้าไม่ได้ระบุว่าเป็นตาข่ายนิรภัย พร้อมมาตรฐานและค่ารับแรงที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรนำไปใช้รองรับคน วัสดุหนัก หรือใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันการตก

ก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบข้อมูลอะไรบ้าง

ก่อนอนุมัติสั่งซื้อ ควรขอข้อมูลอย่างน้อย 7 เรื่อง

  1. น้ำหนักจริงต่อพื้นที่และค่าคลาดเคลื่อน
  2. วัสดุเส้นใยและชนิดสารเคลือบ
  3. ค่าความต้านทานแรงดึงและแรงฉีก
  4. การป้องกันรังสี UV
  5. การเสริมขอบและระยะห่างของตาไก่
  6. ขนาดผืนจริงหลังผลิต
  7. ข้อกำหนดด้านการหน่วงไฟ หากพื้นที่ใช้งานกำหนด

การขอตัวอย่างหรือทดลองติดตั้งในพื้นที่ขนาดเล็กก่อนสั่งจำนวนมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากการได้สินค้าที่ตัวเลขตรง แต่ใช้งานจริงไม่ตรงกับสภาพหน้างาน

เลือกผ้าใบกี่แกรมจึงจะคุ้มที่สุด

รีวิวจากลูกค้าที่สั่งซื้อ ผ้าใบก่อสร้งกันฝุ่น จากบริษัท PK GROUP

สรุป: ผ้าใบกันฝุ่น 130, 170 และ 270 แกรม ไม่มีรุ่นใดดีที่สุดสำหรับทุกโครงการสิ่งที่ควรเลือกไม่ใช่ผ้าที่หนักที่สุดหรือถูกที่สุด แต่คือผ้าที่มีสเปกสัมพันธ์กับระยะเวลาใช้งาน สภาพลม วิธีติดตั้ง และความเสียหายที่ยอมรับได้เมื่อเลือกได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก งานจะไม่สะดุด ไม่ต้องสั่งของทดแทนบ่อย และลดต้นทุนแฝงที่มักมองไม่เห็นในใบเสนอราคา นี่คือความคุ้มค่าที่สำคัญกว่าส่วนต่างราคาต่อผืน 

ผ้าใบ,ผ้าใบกันฝุ่น,ผ้าใบกันฝุ่นก่อสร้าง,ผ้าใบคลุมไซต์งาน,ผ้าใบกันฝุ่นกี่แกรมดี,ผ้าใบกันฝุ่นแต่ละแกรมต่างกันอย่างไร,130 แกรมกับ 170 แกรมต่างกันอย่างไร,170 แกรมกับ 270 แกรมต่างกันอย่างไร,ผ้าใบกันฝุ่นแบบไหนดี,ผ้าใบก่อสร้างเลือกความหนาอย่างไร,น้ำหนักผ้าใบ Mesh Sheet